Once in a lifetime / เวียนนา ตอนที่ 1 / ธีรภาพ โลหิตกุล

 

 

ร่วมเดินทางตามรอยบทความ โปรแกรมทัวร์ยุโรป

เว็บไซต์ http://imageholiday.com/

เรื่องและภาพ...ธีรภาพ โลหิตกุล

 จดหมายจากเวียนนา

“เจ้าพระยา” แนบ “ดานูบ” (1)

สายน้ำ

ขณะที่ลูกอ่านจดหมายฉบับนี้ พ่อคงกำลังเดินอยู่ที่ไหนสักแห่งในกรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ซึ่งเป็นจุดหมายของพ่อ ต่อจากกรุงเวียนนา นครหลวงของออสเตรีย แผ่นดินแรกในภาคพื้นยุโรปตะวันออก ที่พ่อเพิ่งสัญจรมาถึงเมื่อเช้าตรู่ของวันนี้

อากาศต้นเดือนตุลาอย่างนี้ บ้านเรายังร้อนและมีฝน แต่ที่นี่กำลังย่างเข้าสู่ฤดูหนาวและมีฝนประปราย โดยเฉพาะเมื่อเช้านี้ พอลงจากเครื่องบินก็เจอฝนเลย ทำให้หนาวกว่าที่คิดมาก

หากย้อนไปในประวัติศาสตร์ ออสเตรียกับไทยใกล้ชิดกัน เพราะออสเตรียทำสนธิสัญญาทางพระราชไมตรีและการค้าการเดินเรือกับสยาม ในสมัยรัชกาลที่ 5 ออสเตรียจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่พระปิยมหาราชของเราเสด็จฯ เยือนระหว่างเสด็จประพาสยุโรป พ.ศ.2440

ที่น่าตื่นเต้นคือในการเสด็จฯ ครั้งนั้น พระองค์ได้ทอดพระเนตรการแสดงบัลเลต์ และการแสดงดนตรีที่โยฮันน์ สเตราสส์ จูเนียร์ (Johann Strauss Junior) เป็นวาทยกร ทรงสำราญพระราชหฤทัยจนถึงกับพระราชทานถ้วยทองคำแก่คีตกวีหนุ่มแห่งลุ่มน้ำดานูบท่านนี้

สายน้ำจำได้ใช่ไหม โยฮันน์ สเตราสส์ จูเนียร์ ก็คือคีตกวีผู้ประพันธ์เพลง “The Beautiful Blue Danube” ที่พ่อเคยซื้อกล่องดนตรีเพลงนี้ให้ลูก ตอนเริ่มเรียนเปียโนใหม่ ๆ บทเพลงอันแสนไพเราะบทนี้ทำให้สเตราสส์ได้สมญานามว่า “ราชาเพลงวอลซ์ท” และได้รับการยกย่องให้เป็น “คีตกวีเอกของโลก” และยังคงเป็นเพลงที่ตรึงใจผู้คนทั่วโลกมาตราบจนวันนี้ แม้ว่าบทเพลงจะมีอายุเก่าแก่เกือบ 150 ปีแล้วก็ตาม ใครต่อใครใฝ่ฝันจะได้มาเยือนลุ่มน้ำดานูบก็เพราะได้ฟังเพลงนี้

พ่อจึงดีใจ ที่บ่ายวันนี้ ได้ไปคารวะรูปปั้นอันงามสง่าของโจฮันน์ สเตราสส์ จูเนียร์ ในท่วงท่ากำลังสีไวโอลินกลางซุ้มโค้งสีขาวสะอาดตา ณ “สตัดต์ปาร์ก” (Stadt Park) สวนสาธารณะชื่อดังแห่งกรุงเวียนนา น่าเสียดาย ถ้าตอนนี้เป็นฤดูร้อน จะมีวงออร์เคสตร้าตามแบบฉบับเวียนนาแท้ ๆ มาบรรเลงเพลงคลาสสิกของสเตราสส์และคีตกวีท่านอื่น ๆ ให้ฟังด้วย พ่อจินตนาการว่าคงไพเราะและขลังน่าดู

สายน้ำอาจสงสัยว่า ทำไมต้องมีคำว่า “จูเนียร์” ท้ายชื่อสเตราสส์ ก็เพราะครอบครัวนักดนตรีตระกูลนี้ มีคุณพ่อชื่อโจฮันน์ สเตราสส์อยู่แล้ว พอมีลูกชายก็ตั้งชื่อเดียวกัน แต่มี “จูเนียร์” ให้รู้ว่าใครเป็นพ่อ ใครเป็นลูก

แต่ถึงแม้จะเป็นครอบครัวนักดนตรี ทว่า เบื้องหลังคือสเตราสส์ จูเนียร์ไม่ได้รับการสนับสนุนด้านดนตรีจากคุณพ่อเท่าใดนัก กระทั่งเขาแสดงฝีมือทางดนตรีและการประพันธ์เพลงให้เป็นที่ยอมรับได้ตั้งแต่อายุเพียง 19 ถึงรู้ว่าคงไม่มีอะไรหยุดเขาได้แล้ว ก่อนจะประสบความสำเร็จสูงสุดจาก “The Beautiful Blue Danube” ในวัย 41 เมื่อ พ.ศ.2409

ซึ่งพ่อก็เพิ่งรู้ว่า เบื้องหลังของเพลงวอลซ์ทอภิมหาอมตะบทนี้ นอกจากพรรณนาความงามของลำน้ำดานูบที่ไหลผ่านกรุงเวียนนาแล้ว สเตราสส์ยังสอดแทรกเนื้อหาประชดประเทียดเสียดสีการเมืองออสเตรีย ในยุคที่เพิ่งแพ้สงครามต่อปรัสเซีย (ปัจจุบันคือเยอรมัน) ไว้ด้วย ก็ศิลปินน่ะลูก จะประชดใครก็ยังมีศิลปะ

เล่าขานกันว่าความเก่งกาจทางดนตรี บวกกับความหล่อเข้มของชายหนุ่มหนวดเครางามตามพิมพ์นิยมของชาวยุโรปยุคนั้น ทำให้สเตราสส์เป็นขวัญใจของสาว ๆ ที่ล้วนอยากฟังเพลงของเขา อยากได้ใกล้ชิดเขา ถึงขั้นขอขลิบเส้นผมไปเก็บไว้ใต้หมอน ขอกันจนไม่มีเส้นผมพอให้ขลิบ ซุบซิบกันว่าสเตราสส์เลยขลิบขนเจ้าตูบที่บ้านไปฝากสาวๆ แทน เรื่องนี้จะจริงไหม พ่อไม่ยืนยัน แต่มันก็เป็นอุทาหรณ์สอนใจเราว่า รักใครชอบใครน่ะไม่เป็นไร แต่อย่าถึงขั้นหลงเพ้อเลยนะลูก

นอกจากตระกูลสเตราสส์ เวียนนายังเป็นเวทีแจ้งเกิดของคีตกวีเอกของโลกอีกหลายคน โดยเฉพาะ “โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ท” (Wolfgang Amadeus Mozart / พ.ศ.2299 – 2334) อัจฉริยะดนตรีชาวออสเตรียอีกท่านหนึ่ง ซึ่งเริ่มประพันธ์เพลงซิมโฟนีได้ตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ และได้รับพระบรมราชโองการให้แสดงดนตรีต่อหน้าพระพักตร์พระจักรพรรดินี มาเรีย เทเรซ่า (Maria Teresa) แห่งราชวงศ์ฮับสบูร์ก ขณะอายุเพียง 6 ขวบ

ผลงานทางดนตรีกว่า 600 ชิ้นของเขาเป็นอมตะคู่โลก จนเกิดคำร่ำลือว่าดนตรีของโมซาร์ทไพเราะราวกับเขียนขึ้นตามคำบอกของพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็น Piano Concerto no.22 in E Flat หรือ Symphony no.40 in G minor ฯลฯ ทำให้เกิดงานวิจัยอันลือลั่นที่ว่า เด็กที่ฟังดนตรีของโมซาร์ทตั้งแต่เกิด จะฉลาดกว่าเด็กที่ไม่ได้ฟัง

ช่วงเวลาที่พ่อเดินทางสู่ลุ่มน้ำดานูบ กำลังเกิด “วิวาทะ” ระหว่างเยอรมันกับออสเตรีย เมื่อมีกระแสข่าวว่าแท้ที่จริงโมซาร์ทเป็นชาวเยอรมัน สร้างความไม่พอใจให้ชาวออสเตรียมาก แต่การหาความจริงในเรื่องนี้คงลำบาก เพราะชาวออสเตรียส่วนใหญ่มีเชื้อชาติเยอรมัน ภาษาที่พูดที่เขียนก็เป็นเยอรมัน การแบ่งเขตแดนว่าตรงโน้นเป็นประเทศเยอรมัน ตรงนี้เป็นออสเตรียนั้นเกิดขึ้นภายหลัง เลยไม่รู้ว่าจะ “วิวาทะ” ให้เปลืองเวลาทำไม ในเมื่อโมซาร์ทเป็นคนของโลกไปตั้งนานแล้ว!

นอกจากนั้น ยังมี ฟรานซ์ ชูเบิร์ต (Franz Schubert) ชาวออสเตรีย ลุดวิก ฟาน เบโธเฟน (Ludwig Van Beethoven) และโจฮานเนสส์ บราห์มส์ (Johannes Brahms) ชาวเยอรมัน ที่มามีชื่อเสียงโด่งดังทางดนตรีที่กรุงเวียนนา โดยเฉพาะเบโธเฟนนั้น เยี่ยมวรยุทธ์ทางดนตรีขนาดมีเจ้านายสามพระองค์แห่งราชวงศ์ฮับสบูร์ก อุปถัมภ์ค้ำจุนโดยประทานรายได้ให้ตลอดปี โดยมีข้อแม้ว่าเขาจะต้องไม่ไปจากเวียนนา เพราะอะไร โปรดติดตามตอนต่อไปครับ